สั่งวากิวญี่ปุ่นครั้งแรก: เลือกรูปแบบการสั่งซื้อแบบไหน

สั่งวากิวญี่ปุ่นครั้งแรก: เลือกรูปแบบการสั่งซื้อแบบไหน

หลังจากตรวจสอบหมายเลขประจำตัวโคและสถานะสถานประกอบการ (โรงงาน) ที่ได้รับอนุญาตแล้ว (ขั้นตอนอยู่ในบทความ ตรวจสอบอะไรก่อนออกใบสั่งซื้อ) คำถามถัดไปของผู้นำเข้าไทยคือ จะสั่งในรูปแบบไหน เนื้อจากโคตัวเดียวกัน เกรดเดียวกัน แต่ราคาต่อกิโล อัตราเนื้อที่ใช้ได้จริง และปริมาณงานในครัวต่างกันมากตามรูปแบบที่สั่ง เงื่อนไขการนำเข้าโดยรวมดูได้ที่หน้า เงื่อนไขการส่งออกวากิวญี่ปุ่นมาไทย บทความนี้พูดเฉพาะโครงสร้างของใบสั่งซื้อ

สามรูปแบบ สามโครงสร้างต้นทุน

1. เหมาทั้งตัว (full set)

ซื้อทุกส่วนของโคหนึ่งตัวตามสัดส่วนธรรมชาติ ราคาเฉลี่ยต่อกิโลต่ำที่สุดในสามแบบ แต่จะได้ส่วนที่ไม่อยู่ในเมนูปัจจุบันมาด้วยทั้งหมด เหมาะเมื่อ:

  • มีช่องทางระบายหลายแบบ (ร้านปิ้งย่าง ชาบู ค้าปลีก แปรรูป) พอจะใช้ส่วนนอกสันได้หมด
  • มีทีมแล่และห้องเย็นรองรับ
  • ยอมรับโจทย์การจัดสรร: ส่วนที่ขายไม่ออกจะกินกำไรของส่วนที่ขายดี

2. ยกก้อน (primal / subprimal)

สั่งเป็นก้อนตามส่วน — สันนอก สันใน ไหล่ เสือร้องไห้ (brisket) ฯลฯ นี่คือจุดเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดของออเดอร์แรก: เลือกได้ตรงส่วนที่เมนูต้องใช้ ควบคุมคุณภาพรายก้อนได้ และยังกำหนดการแล่ตามพอร์ชันของร้านเองได้ แลกกับราคาต่อกิโลที่สูงกว่า full set และแต่ละส่วนมีขั้นต่ำในการสั่ง

3. สไลซ์แพ็ก (sliced pack)

เนื้อสไลซ์ตามความหนาที่กำหนด แพ็กตามพอร์ชัน — ออกแบบตามการใช้งาน (ชาบู ยากินิกุ สุกี้ยากี้) ไม่ใช่แค่ตามชื่อส่วน เหมาะกับครัวที่ไม่มีคนแล่เฉพาะทาง หรือเชนที่ต้องการพอร์ชันเท่ากันทุกสาขา ราคาต่อกิโลสูงที่สุด แต่ของเหลือทิ้งในครัวแทบเป็นศูนย์และลดชั่วโมงแรงงาน

เลือกจากโจทย์ของร้าน ไม่ใช่จากป้ายราคา

การเทียบสามรูปแบบด้วยราคาต่อกิโลอย่างเดียวคือกับดักที่พบบ่อยที่สุด สูตรที่ถูกต้องคือ ต้นทุนต่อจานที่เสิร์ฟได้จริง:

  1. เอาราคาต่อกิโลของรูปแบบที่กำลังพิจารณา
  2. หารด้วยอัตราเนื้อใช้ได้จริงของครัวคุณ (เปอร์เซ็นต์น้ำหนักที่ขึ้นจานจริงหลังแล่ ตัดเอ็นและไขมันส่วนเกิน)
  3. บวกค่าแรงแล่ถ้าแล่เอง
  4. เทียบตัวเลขสุดท้ายระหว่างรูปแบบ — ไม่ใช่เทียบราคาขาเข้า

อัตราเนื้อใช้ได้จริงขึ้นกับฝีมือและมาตรฐานของแต่ละครัว เราจึงไม่ใส่ตัวเลขกลางไว้ที่นี่ วัดจากก้อนแรกของคุณเองแม่นกว่า

ช่องที่ขาดไม่ได้ในใบสั่งซื้อ

ไม่ว่าจะเลือกรูปแบบไหน ใบสั่งซื้อฉบับแรกควรระบุครบทุกช่องต่อไปนี้ — ช่องไหนขาด ความเสี่ยง "ของมาไม่ตรงกับที่ครัวต้องใช้" อยู่ตรงช่องนั้น:

  1. ชื่อส่วนเนื้อ (กำกับชื่อภาษาอังกฤษ/ญี่ปุ่นมาตรฐานให้ตรงกับเอกสาร)
  2. เกรด (เช่น A4/A5 และช่วง BMS ที่ยอมรับได้)
  3. รูปแบบ: full set / ทั้งก้อน / สไลซ์ — ถ้าสไลซ์ ระบุความหนาเป็นมิลลิเมตรและน้ำหนักต่อแพ็ก
  4. ระดับการตัดแต่ง (trim): เก็บหรือเลาะไขมันนอก เลาะเอ็นและพังผืดหรือไม่
  5. แช่แข็งหรือแช่เย็น และอุณหภูมิขนส่งที่ต้องการ
  6. น้ำหนักต่อกล่องและน้ำหนักรวม พร้อมค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้
  7. ข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับ: ให้ระบุหมายเลขสถานประกอบการและหมายเลขประจำตัวโคในเอกสารแนบทุกล็อต (วิธีตรวจอยู่ในบทความก่อนหน้า)

เงื่อนไขเฉพาะของตลาดไทยที่กระทบใบสั่งซื้อ

  • สถานประกอบการ (โรงงาน) ต้นทางต้องอยู่ในบัญชีที่ได้รับอนุญาตสำหรับไทย — บัญชีเผยแพร่และอัปเดตโดยฝั่งญี่ปุ่น: MAFF – หน้าเอเชีย (ภาษาญี่ปุ่น) รูปแบบที่ต้องการ (โดยเฉพาะสไลซ์แพ็ก) ต้องอยู่ในขีดความสามารถของโรงงานนั้นเอง — โรงงานที่ผ่านเงื่อนไขส่งออกอาจไม่ได้ทำสไลซ์ทุกแบบ
  • ชื่อบนเอกสารทุกใบต้องตรงกัน ทั้งใบรับรองสุขอนามัย ใบกำกับสินค้า (อินวอยซ์) และฉลากกล่อง จุดที่ตกม้าตายบ่อยไม่ใช่เอกสารขาด แต่คือสะกดชื่อส่วนเนื้อไม่ตรงกันระหว่างเอกสารสองใบ

ออเดอร์แรกที่มักไปได้ราบรื่น

จากประสบการณ์รับออเดอร์ของเรา (ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่สถิติ) ออเดอร์แรกที่ราบรื่นที่สุดมักเป็น: ส่วนหลักหนึ่งถึงสองส่วนแบบทั้งก้อน — พอให้ครัววัดอัตราเนื้อใช้ได้จริงและเก็บเสียงตอบรับลูกค้าจริง — บวกสไลซ์แพ็กหนึ่งรายการถ้ามีไลน์ชาบูหรือยากินิกุที่ต้องคุมพอร์ชัน ส่วน full set เก็บไว้เมื่อช่องทางระบายครบแล้ว การเลือกส่วนเนื้อกับความหนาสำหรับชาบูและยากินิกุมีรายละเอียดในบทความเลือกส่วนและความหนา

ส่งคำขอใบเสนอราคาพร้อมข้อมูลอะไรบ้าง

  • ส่วนเนื้อ เกรด รูปแบบ (พร้อมความหนาถ้าเป็นสไลซ์)
  • ปริมาณโดยประมาณต่อเดือน และช่องทางขาย (ร้านอาหาร โรงแรม ผู้จัดจำหน่าย)
  • ท่าเรือ/สนามบินปลายทาง และต้องการแช่แข็งหรือแช่เย็น
  • ชื่อนิติบุคคลผู้นำเข้าในไทย

เรายืนยันสถานะสถานประกอบการและขีดความสามารถด้านรูปแบบเป็นรายล็อต และแยกใบเสนอราคาตามส่วนเนื้อและตามงวดส่งมอบ ใบเสนอราคาเป็นสกุล USD

ส่งส่วนเนื้อ–รูปแบบ–ปริมาณ เพื่อขอใบเสนอราคาขายส่ง

หมายเหตุ: บัญชีโรงงานที่ได้รับอนุญาตและแบบฟอร์มเอกสารอาจเปลี่ยนแปลงได้ ยึดประกาศของหน่วยงานที่มีอำนาจ ณ วันที่นำเข้าเป็นหลัก และปรึกษาตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ของคุณก่อนทุกล็อต อ้างอิงเพิ่มเติม: คู่มือนำเข้าเนื้อวัวญี่ปุ่นสู่ไทยของ JETRO (ภาษาญี่ปุ่น)

ดูคู่มือที่เกี่ยวข้อง